Challenge Marketing ทำยังไงให้แบรนด์น่าจำ - A'O Academy

Challenge Marketing ทำยังไงให้แบรนด์น่าจำ

ทำยังไงให้แบรนด์น่าจำ-11
Challenge Content เป็นคอนเทนต์ที่เกิดการไวรัลไปอย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์คำถามที่ว่า ทำยังไงให้แบรนด์น่าจำ

แชร์โพสต์นี้

Share on facebook
Share on twitter

Challenge Marketing ทำยังไงให้แบรนด์น่าจำ

ทำยังไงให้แบรนด์น่าจำ-169

         นอกเหนือจากคอนเทนต์ที่เป็นคลิปเรียล ๆ สั้น ๆ แบบ Short-term Video ที่กำลังฮิตมากในตอนนี้ ก็ยังมี Challenge Content ที่ทำกันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะศิลปินที่ออกเพลงใหม่ ๆ ก็จะมีท่าเต้นง่าย ๆ เมโลดี้ติดหู ให้ผู้คนได้เต้นตามแล้วใส่แฮชแท็ก แท็กเพื่อน ชาเลนจ์กันไปเป็นทอด ๆ จุดเด่นของ Challenge Marketing คือ ความไวรัลนั่นเองครับ เพราะเมื่อมีคนหนึ่งทำ ก็จะเริ่มมีคนทำตามกันไปเรื่อย ๆ

Challenge Marketing ทำยังไงให้แบรนด์น่าจำ 1
                                                              ภาพจาก : Dek-D.com

        เมื่อนานมาแล้ว มี Challenge หนึ่งที่ไวรัลสุด ๆ และน่าสนใจมาก เรียกว่าเป็นชาเลนจ์แรก ๆ ที่ประสบความสำเร็จโด่งดังไปทั่วโลก นั่นก็คือ Ice Bucket Challenge ทั้งคนทั่วไปและเซเลปต่างทำตามกันมากมาย จริง ๆ แล้วชาเลนจ์นี้เป็นแคมเปญที่เกิดจากความต้องการที่จะให้ผู้คนได้ตระหนักถึงโรค ALS (Amyotrophic Lateral Sclerosis) หรือที่นิยมเรียกกันว่าโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง วิธีการของชาเลนจ์นี้ก็คือ ถ่ายคลิปตัวเองเอาน้ำและน้ำแข็งใส่ถัง แล้วราดให้ทั่วทั้งตัว หลังจากนั้นร่างกายของคุณก็จะชา แล้วก็ท้าต่อกันไปเรื่อย ๆ ผ่าน Social Media ต่าง ๆ ที่เห็นกันเยอะ ๆ ก็ดูเหมือนจะเป็นทาง Instagram นี่ล่ะครับ วัตถุประสงค์ของแคมเปญนี้ก็อย่างที่บอก เพื่อให้เข้าใจความรู้สึกของผู้ป่วย ALS 

—— ข้อความจาก มิว โซเชียล ——

—— ข้อความจาก มิว โซเชียล ——

        ชาเลนจ์นี้มีวิธีการสื่อสารค่อนข้างตรงไปตรงมา แล้วชาเลนจ์ก็เป็นอะไรที่ทำได้ง่าย ๆ ท้าใครต่อก็ทำได้ แถมตระหนักถึงความรู้สึกของผู้ป่วยได้จริง ๆ ซึ่งปรากฎว่าประสบความสำเร็จมาก แม้ไม่แน่ใจในเรื่องของที่มาที่ไปว่ามีจุดเริ่มต้นอย่างไรกันแน่ แต่องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรของอเมริกาอย่าง ALS Association ก็ได้รับเงินบริจาคเพื่อช่วยผู้ป่วยสูงเป็นประวัติการณ์ และก็สร้าง Awareness ให้คนทั่วโลกต่อโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงนี้ได้จริง ๆ

        นอกจากนี้ยังมี Challenge ดัง ๆ มากมายที่เกิดขึ้นในโลก เช่น Plank Challenge ที่แต่ละคนถ่ายรูปท่าแพลงค์กิ้งแปลก ๆ นอนในตู้เย็นบ้าง ทำบนหลังคาบ้านบ้าง หรือ Dance Challenge ที่ดังมาก ๆ ก็คือ Harlem Shake จริง ๆ แล้วก็ไม่เชิงเป็นชาเลนจ์นะครับอันนี้ แต่ผมมองว่ามันคือคลิปยุคบุกเบิกที่ทำให้เกิด Dance Challenge ที่ฮิตมาก ๆ ในปัจจุบัน เพราะมันเริ่มมาจากกลุ่มยูทูปเบอร์ถ่ายคลิปเต้นกวน ๆ ตลก ๆ ด้วยเพลงสนุก ๆ ซึ่งวิธีการมันช่างง่ายดายและโดนใจวัยรุ่น คนก็แห่ทำตามกันเต็มไปหมด ซึ่งที่ผมยกตัวอย่างมาเนี่ยก็เป็นชาเลนจ์ที่ไม่ได้มีใครได้ประโยชน์เหมือน Ice Bucket Challenge นะครับ แต่ก็เล่นกันสนุกสนานและไวรัลมากเลยทีเดียว

        จะสังเกตได้เลยครับว่าหัวใจสำคัญในการทำ Challenge ทำยังไงให้แบรนด์น่าจำ ให้ไวรัลก็คือ ต้องง่ายต่อการทำ ใคร ๆ ก็ทำได้ เอาจริง ๆ ก็เพราะมนุษย์เราเป็นสัตว์สังคม การที่ได้มีส่วนร่วมต่อสังคมนั้นเป็นอะไรที่สนุกสนานและเป็นที่ต้องการอยู่แล้วครับ

        จากตัวอย่างที่ผมยกมา พอจะเห็นภาพแล้วใช่ไหมครับว่า Challenge กับ Marketing เนี่ยจะสามารถมาควบรวมกันได้อย่างไร อย่างที่บอกว่ายุคนี้ฮิตมาก ๆ โดยเฉพาะ Dance Challenge ของฝั่งไทยเราก็จะมี #wipwupchallenge ซึ่งเป็นการเต้นเพลงวิบวับของคุณป๊อก จิราธิวัฒน์ หรือ Pok Mindset กับ #ดี๊ดีchallenge อันนี้เป็นการตลาดที่น่าสนใจมากของเนสกาแฟครับ ผมมองว่าอันนี้เป็น Challenge Marketing ที่น่าสนใจมาก ๆ เพราะไม่ได้มีแค่ชาเล้นจ์อย่างเดียว เขาขายทั้งสินค้า เพลง พรีเซ็นเตอร์ ด้วยวิธีการจับพรีเซ็นเตอร์วัยรุ่น 2 คน อย่าง เจเจ กฤษณภูมิ และ ไอซ์ พาริส มาร้องเพลงประกอบโฆษณาและเต้น โดยใช้เพลงที่เมโลดี้ติดหู ท่าเต้นที่สามารถเต้นตามได้ เรียกว่าผู้คนก็ร้องได้ เต้นตามได้กันทั่วบ้านทั่วเมือง แล้วก็โปรโมทสินค้าแบบจัดหนักจัดเต็ม

        ซึ่งทั้งหมดที่ผมยกตัวอย่างมาของประเทศไทยสามารถหาดูได้ที่แอป TikTok เลยครับ แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นที่มาแรงที่สุดในวินาทีนี้

        นอกจากนี้ยังมี #HandWashChallenge ของเดทตอลที่กำลังมาในช่วงวิกฤตโควิด เป็นแคมเปญที่ชวนให้คนมาทำท่าล้างมือประกอบเพลง อันนี้ก็ทำการตลาดอย่างหนักหน่วงมาก ก็จะเป็นกึ่ง Dance Challenge อยู่เหมือนกัน อันนี้ก็เป็นแคมเปญที่โด่งดังและจัดเต็มมากใน TikTok ครับ

วิธีการทำยังไงให้แบรนด์น่าจำ

       พอได้เห็นกรณีศึกษากันแล้วใช่ไหมครับ ทีนี้มาดูกันดีกว่าว่าการทำ Challenge Marketing เนี่ย ต้องทำยังไงบ้าง มีแนวคิดหรือหัวใจสำคัญอะไรบ้าง ผมได้สรุปมาเป็นข้อ ๆ จากประสบการณ์ของผม ดังนี้

1. ยิ่งแพร่กระจายไปหลายแพลตฟอร์มเท่าไหร่ยิ่งดีนะครับ ในยุคก่อนก็คงจะเป็น Facebook, Instagram, Youtube แต่ตอนนี้มีแพลตฟอร์มน้องใหม่มาแรงก็คือ TikTok ซึ่ง Dance Challenge ที่เกิดในปัจจุบันเนี่ยส่วนใหญ่มาจาก TikTok แทบทั้งนั้น

  1. อีกข้อสังเกตคือ แทบจะทั้งหมดของ Challenge ที่ดัง ๆ มักจะเป็นคลิปวิดีโอสั้น ๆ ดังนั้นก็ไม่ต้องแปลกใจเลยครับว่าทำไมใน TikTok ถึงทำชาเลนจ์ได้ดี และวิดีโอเนี่ยก็เป็นมีเดียที่มาแรงเสมอต้นเสมอปลาย แทบจะทุกแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ก็ให้ความสำคัญกับวิดีโอมาก ดังนั้นถ้าจะทำชาเลนจ์ในตอนนี้ แนะนำให้คิดออกมาเป็นรูปแบบของวิดีโอเลยครับ
  1. Challenge ต้องสื่อถึงแบรนด์! มีหลายชาเลนจ์ที่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะจุดนี้แหละครับ คืออาจจะไวรัลแต่ไม่สามารถเชื่อมโยงได้ว่าทำเพื่ออะไร คนก็จะจำแค่ว่าชาเลนจ์ทำอะไร แต่ไม่รู้เลยว่ามาจากไหน เท่ากับว่าแบรนด์ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย

4. ต้องระวังดราม่า เป็นอะไรที่ต้องยอมรับกันว่าแทบทุกชาเลนจ์เจอดราม่า (แต่ Dance Challenge นี่ไม่ค่อยเจอนะครับ) ส่วนใหญ่จะเป็นชาเลนจ์ที่ให้ทำอะไรแปลก ๆ ตามกัน แม้กระทั่ง Ice Bucket Challenge เองก็เคยมีดราม่าว่าเป็นการสิ้นเปลืองน้ำโดยเปล่าประโยชน์ แต่เอาจริง ๆ ก็สามารถสร้างความตระหนักและได้เงินบริจาคสูงเลยทีเดียวนะครับ เรื่องดราม่าผมยอมรับเลยว่าเป็นอะไรที่ควบคุมได้ยากมาก แต่ในกระบวนการคิดก็เผื่อไว้หน่อยว่าจะเกิดดราม่าประมาณไหน จะป้องกันอย่างไร

  1. ต้องง่ายที่สุด เพราะถ้ายากก็จะไม่มีคนทำตาม ถ้าไม่มีคนทำตามมันจะเกิดชาเลนจ์ไม่ได้เลยล่ะครับ ต้องง่ายทั้งวิธีการและความเข้าใจ อย่าซับซ้อนมาก ยิ่งทำให้คนทุกกลุ่มเข้าใจได้ยิ่งดีครับ มีโอกาสทำให้เกิดไวรัลสูง

       ทั้งหมดทั้งมวลก็เป็นไอเดียในการทำ Challenge Marketing ที่ผมได้รวบรวมมาฝากกัน ส่วนตัวผมมองว่าเป็นวิธีทำการตลาดที่เล่นกับความรู้สึก ความอยากมีส่วนร่วมของคนในออนไลน์ เรื่องลงทุนทางการเงินไม่สูงหรอกครับ แทบจะเป็นศูนย์ด้วยซ้ำถ้าคุณไม่ได้จ้าง Influencer แต่บอกเลยว่าเรื่องความคิดต้องลงทุนสูง คิดให้รอบ ถ้าไวรัลเมื่อไหร่ รับรองว่าแบรนด์ได้ประโยชน์เต็ม ๆ

คอร์สเรียนแนะนำ

ต้องการติดอาวุธให้กับองค์กร?

เพิ่มยอดขายด้วย การตลาดออนไลน์