Lookalike ยิง Ads หากลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกัน ได้ยอดขายกลับมา - A'O Academy

Lookalike ยิง Ads หากลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกัน ได้ยอดขายกลับมา

4-กลุ่ม-Facebook-11
Lookalike หากลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกัน ใกล้เคียงกับกลุ่มเป้าหมายของคุณ เพื่อขยายฐานลูกค้าในการทำธุรกิจให้กว้างมากยิ่งขึ้น ได้ยอดขายกลับมาหลายเท่า เพียงวิธีการง่ายๆในบทความนี้

แชร์โพสต์นี้

Share on facebook
Share on twitter

4 กลุ่ม Facebook Lookalike น่าสนใจ ...
ยิง Ads ออกไป ยอดขายกลับมา

        กลุ่ม Lookalike หรือ กลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกัน ของ Facebook Ads เป็นอีกหนึ่งการสร้างกลุ่มเป้าหมายที่นิยมใช้ แต่การจะทำกลุ่มเป้าหมายนี้ได้ต้องมีสารตั้งต้นก่อน เช่น คุณมีกลุ่มคนที่มีส่วนร่วมกับเพจของคุณ ชื่อ กลุ่มA เมื่อสร้าง Lookalike จากกลุ่มนี้ คุณก็จะได้กลุ่มเป้าหมายใหม่ที่มีความคล้ายคลึงกับกลุ่ม A นี่คือคอนเซ็ปท์ในการทำ Lookalike Audience ครับ จะนิยมใช้สารตั้งต้นเป็นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นลูกค้าของคุณจริง ๆ หรือเป็นกลุ่มที่ใช้กับโฆษณาแล้วยิงได้แม่น เกิดเป็นผลลัพธ์ที่ต้องการจริง ๆ นอกจากนี้การสร้างกลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกันก็จะมีความเข้มข้นตั้งแต่ 1% – 10% (ของประชากรในพื้นที่ที่คุณต้องการ) ยิ่งเปอร์เซ็นต์น้อย ยิ่งเข้มข้นมาก ถ้ากลุ่มเป้าหมายแค่หลักหมื่นหลักแสน ผมแนะนำให้ใช้เปอร์เซ็นต์อย่าสูงครับ แต่ถ้ากลุ่มเป้าหมายที่คุณมีกว้างมากเป็นระดับหลักล้านก็ใช้เปอร์เซ็นต์ที่เยอะขึ้นได้ไม่มีปัญหา เพราะถ้าเกิดกลุ่มเป้าหมายที่เป็นสารตั้งต้นไม่ใหญ่มาก แต่ดันเลือกเปอร์เซ็นต์ Lookalike เยอะ มีโอกาสเกิดความไม่แม่นยำได้สูงมากครับ

 

        และเมื่อไม่นานมานี้ Facecbook Lookalike ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีในการสร้าง (ซึ่งตามหลักของมันครับ เป็นการทยอยปรับ ตัวจัดการโฆษณาของบางคนอาจจะโดนปรับแล้ว แต่บางคนก็อาจจะยังไม่โดน) การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็คือ Facebook ได้เอา Country Targeting ออก จากเดิมการสร้าง Lookalike จะเป็นการสร้างจากประชากรในประเทศต่าง ๆ เช่น ไทย สหรัฐ เป็นต้น แต่ตอนนี้จะเปลี่ยนจากประเทศ เป็นที่ตั้ง (Location) แทน ซึ่งวิธีการตั้งค่าก็จะแตกต่างจากที่เคยเป็น เจ้าโลเคชั่นนี้คุณจะต้องไปตั้งค่ามันในระดับชุดโฆษณา (Ad Set) ซึ่งแตกต่างจากเดิมที่ทำเสร็จในขั้นตอนการสร้างกลุ่มเป้าหมายได้เลยครับ ข้อดีก็คือ คุณสามารถกำหนดพื้นที่กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้ละเอียดยิ่งขึ้น แต่ข้อเสียก็คือคุณจะไม่สามารถดูขนาดของกลุ่มเป้าหมายที่ได้ในทันที ซึ่งนั่นก็จะกระทบกับการกำหนดงบประมาณนั่นเองครับ

—— ข้อความจาก มิว โซเชียล ——

—— ข้อความจาก มิว โซเชียล ——

 

        ทีนี้มาดูกันดีกว่าครับว่า เจ้า Lookalike Audience 4 กลุ่มที่น่าสนใจเนี่ย มีอะไรบ้าง บอกก่อนนะครับว่ากลุ่มที่ผมกำลังจะแนะนำ คุณควรจะต้องใช้มันร่วมกับ Facebook Pixel เพื่อกลุ่มเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพ อย่างที่บอกว่า Lookalike จะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อมีสารตั้งต้นที่ดีครับ

การหากลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกัน

#1 Lookalike Audience ที่สร้างขึ้นมาจากคนที่เคยซื้อมาแล้วอย่างน้อย 2 ครั้ง

        Lookalike ประเภทแรกนี้ถูกสร้างขึ้นจากกลุ่มของคนที่เคยซื้อของจากธุรกิจของคุณมาแล้วอย่างน้อยสองครั้ง เหตุผลที่ต้องเป็น 2 ครั้งก็ไม่มีอะไรมากครับ คุณก็จะได้กลุ่มที่มีคุณภาพมากกว่าซื้อแค่ครั้งเดียว และกลุ่มนี้ก็กำลังอยู่ในช่วงที่จะมี Loyalty ต่อแบรนด์ของคุณแล้ว เนื่องจากมีการซื้อซ้ำแบบนี้ก็แปลว่าพวกเขาสามารถสนับสนุนธุรกิจของคุณได้ดีเลยล่ะ โดยกลุ่มที่ซื้อสินค้าของคุณ 2 ครั้งก็สร้างได้จาก กลุ่มเป้าหมายที่กำหนดเอง (Custom Audience) จากนั้นเลือกเว็บไซต์ เลือกพิกเซล Purchase ความถี่เป็น 2 ครั้งหรือมากกว่า

Lookalike ยิง Ads หากลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกัน ได้ยอดขายกลับมา 1

        จากนั้นก็ทำ Lookalike จากกลุ่มนี้ได้เลย แต่!! ถ้าคุณไม่มี Pixel ก็มีอีกวิธีนะครับ อย่างที่ผมบอกว่าผมแนะนำให้ทำคู่กับ Facebook Pixel แต่ถ้าไม่มีจริง ๆ ให้ขยันเก็บข้อมูลลูกค้าแล้วแยกเป็นหมวดหมู่ให้ชัด อย่างอันนี้คุณก็สามารถเอารายชื่อและข้อมูลลูกค้าที่ซื้อซ้ำ นำมาสร้างกลุ่มเป้าหมาย แล้วก็ทำ Lookalike จากกลุ่มนี้ได้ครับ

#2 Lookalike Audience ที่สร้างขึ้นมาจากคนที่เคยเข้าชม website ของคุณภายใน 3 วันล่าสุด

        ถ้าคุณยังไม่มีข้อมูลมากเพียงพอที่จะสร้าง Purchase Event ให้มีประสิทธิภาพ หรือ ไม่มีข้อมูลไฟล์ของลูกค้ามากเพียงพอเพื่อสร้าง Lookalike แบบด้านบน ลองวิธีนี้ก็ได้ครับ (แต่อันนี้ต้องมีพิกเซลเท่านั้นนะครับ) วิธีนี้เบสิคมาก ก็คือใช้กลุ่มคนที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณภายใน 3 วันที่ผ่านมา จากนั้นก็นำไปสร้าง Lookalike

Lookalike ยิง Ads หากลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกัน ได้ยอดขายกลับมา 2

        เหตุผลที่ต้องเป็น 3 วัน เพราะเป็นค่าเฉลี่ยพื้นฐานของการจดจำแบรนด์ครับ เพราะโดยส่วนใหญ่ถ้าได้รับรู้ (Awareness) แล้วไม่ได้มีการเห็นโฆษณาหรือแบรนด์ซ้ำ ก็มีโอกาสลืมได้ภายใน 3 วัน แต่ถ้าได้เห็นซ้ำก็จะช่วยเพิ่มโอกาสในการจดจำมากยิ่งขึ้นนั่นเอง การเอากลุ่มนี้มาทำ Lookalike ก็มีโอกาสที่จะได้กลุ่มที่สนใจแบรนด์ของคุณเพิ่มขึ้นมาอีกเช่นกัน

#3 Lookalike Audience ที่สร้างขึ้นมาจากคนที่เคย Engage กับ Instagram ของคุณใน 90 วันล่าสุด

        กลุ่มนี้ก็สร้างจาก Custom Audience เช่นกันครับ โดยเลือกโปรไฟล์ Instagram จากนั้นสร้างกลุ่มที่ “มีส่วนร่วมกับโพสต์หรือโฆษณาใดๆ” (People who engaged with any post or ad) ผมมองว่ากลุ่มที่มีส่วนร่วมกับโพสต์หรือโฆษณา เป็นกลุ่มที่สนใจแบรนด์ของคุณในระดับหนึ่ง มีโอกาสที่กำลังตัดสินใจจะซื้อสินค้าของคุณก็ได้

Lookalike ยิง Ads หากลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกัน ได้ยอดขายกลับมา 3

        ในกรณีที่คุณรู้สึกว่ากลุ่มเป้าหมายที่ได้มายังเล็กอยู่ กลัวจะเป็นสารตั้งต้นได้ไม่ดี ลองเพิ่มเป็น 100 วันก็ได้นะครับ แต่แนะนำว่าไม่ควรเกินไปมากกว่านี้ สัก 3 เดือนกว่า ๆ ยังพอได้อยู่ครับ

#4 Lookalike Audience ที่สร้างขึ้นมาจากคนที่เคยซื้อสินค้าที่เฉพาะเจาะจง

        อันนี้จะเน้นสินค้าเป็นชิ้นเลยครับ เหมาะสำหรับเวลาที่คุณกำลังจะออกสินค้าตัวใหม่หรือสินค้าพิเศษ โดย Event สินค้าที่คุณเลือกสร้างเป็นกลุ่มเป้าหมาย ต้องเป็นสินค้าที่ใกล้เคียงกับตัวที่คุณจะซื้อโฆษณานะครับ เพราะเมื่อทำ Lookalike คุณก็จะได้เจอคนใหม่ ๆ ที่คล้ายกับลูกค้าที่ซื้อสินค้าชิ้นนั้น ๆ ไปแล้ว

Lookalike ยิง Ads หากลุ่มเป้าหมายที่คล้ายกัน ได้ยอดขายกลับมา 4

        วิธีการเซ็ตก็ตามภาพเลยครับ ให้เลือก Purchase Event แล้วใส่ id สินค้าที่คุณตั้งไว้ หลังจากเซ็ตค่าเรียบร้อยก็นำไปทำ Lookalike ต่อได้เลย

        จริง ๆ แล้วคุณสามารถไปลองทำได้อีกหลายแบบเลยนะครับ ขึ้นอยู่กับว่าคุณมีวัตถุประสงค์อะไรในการใช้กลุ่มเป้าหมายนั้น ๆ อย่างกลุ่มแรกที่สร้างจากคนที่ซื้อซ้ำก็จะได้ลูกค้าที่ Loyalty จริง ๆ แต่ถ้าเป็นอย่างกลุ่มที่ 4 ก็จะเหมาะกับสินค้าที่ต้องตัดสินใจซื้อรวดเร็ว กลุ่มที่ได้ก็จะมีทั้งลูกค้าระยะสั้นและระยะยาว แต่เชื่อผมเถอะครับว่าไม่ว่าคุณจะได้ลูกค้ากลุ่มแบบไหนมา ก็มีประโยชน์สำหรับแบรนด์ทั้งนั้น ลองนำไปปรับสร้างดูนะครับ อย่างที่ผมบอกว่าการมีเว็บไซต์นั้นเป็นเรื่องสำคัญ แต่ถ้ายังไม่พร้อมจะมีจริง ๆ ผมก็ได้แนะนำวิธีพลิกแพลงไปแล้วเนอะ ลองดูนะครับ

คอร์สเรียนแนะนำ

ต้องการติดอาวุธให้กับองค์กร?

เพิ่มยอดขายด้วย การตลาดออนไลน์