Menu
Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest

Facebook ปรับอีกแล้ว ต้อนรับอัลกอริทึ่มปี 2019 ที่ต้องเตรียมรับมือ

ในปี 2019 นี้ Facebook จะเน้นนโยบาย “Consumption to Connection” หมายความว่าจะโฟกัสเรื่องปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้นไปอีก เนื่องจากผลตอบรับที่ Facebook ได้รับในหลายปีก่อนคือ ผู้คนรู้สึกว่าช่วงเวลาความทรงจำสำคัญและการพูดคุยระหว่างเพื่อนนั้น ไม่ค่อยโชว์บนหน้าฟีดเยอะเท่าที่ควรเพราะถูกคอนเทนต์อื่น ๆ แทรกเข้ามา

ซึ่งจากกระแสตอบรับของผู้ใช้งาน Facebook นั้นเห็นได้ชัดว่า เหตุผลที่คนเล่น Facebook ก็เพราะต้องการเชื่อมต่อกับเพื่อนฝูงญาติพี่น้อง ซึ่งมันก็เป็นหัวใจสำคัญของนโยบาย Facebook อยู่แล้ว ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะโฟกัสเพื่อให้ประสบการณ์การใช้งาน News feed ของผู้คนนั้นเต็มไปด้วยสิ่งดี ๆ

—— ข้อความจาก มิว โซเชียล ——

—— ข้อความจาก มิว โซเชียล ——

Adam Mosseri รองประธานกรรมการบริหาร Facebook News Feed บอกว่า บริษัทจะทำตาม 3 แนวทางนี้

1.ช่วยให้ผู้คนได้เห็นเรื่องราวที่มีความหมาย และพาพวกเขามารวมกัน

2.ช่วยให้ผู้คนสามารถแชร์โมเม้นท์สำคัญได้

3.พัฒนาให้การพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่าง ๆ เกิดง่ายขึ้นและมากยิ่งขึ้น

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น Facebook จึงต้องโฟกัสในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนของผู้ใช้งาน ส่งผลให้อัลกอริทึ่มต้องมีการปรับเปลี่ยน ก่อนอื่นที่ต้องทำความเข้าใจคือเรื่องการทำงานของ News Feed จากภาพ จะเห็นได้ว่าปัจจัยหลักในสมการของ News Feed ประกอบไปด้วย

Inventory – นี่คือทั้งหมดทั้งมวลของคอนเทนต์ที่สามารถโชว์ได้ โดยมาจากผู้คนและเพจที่คุณติดตาม

Signals – สิ่งต่าง ๆ ที่คุณกระทำบนหน้าฟีด จะส่งสัญญานให้ Facebook วิเคราะห์ตามอัลกอริทึ่มที่วางไว้ เพื่อชี้ให้เห็นว่าคอนเทนต์แบบไหนเหมาะกับคุณ เช่น โพสต์เมื่อไหร่? ใครเป็นคนโพสต์? คุณมีแนวโน้มจะคอมเมนท์หรือแชร์ไหม? ความเร็วอินเทอร์เน็ตของคุณแค่ไหน? คุณใช้โทรศัพท์มือถืออะไร? เป็นต้น

Predictions – จากการประเมิณ ระบบจะทำการคาดคะเนแล้วส่งคอนเทนต์ที่คุณจะมีโอกาสคอมเมนท์/แชร์ หรือใช้เวลาดูโพสต์นั้นเป็นเวลานาน เพื่อให้ได้รับคอนเทนต์ที่เป็นประโยชน์และตรงกับความสนใจของคุณ ยกตัวอย่างคอนเทนต์ประเภท Clickbait ซึ่งบางคอนเทนต์ก็ได้รับ Positive Feedback อย่างมีการพูดถึงโพสต์นั้น ๆ หรือบางครั้งก็มี Negative Feedback ซึ่งมันแย่มากถ้าผู้ใช้กดซ่อนหรือรีพอร์ตโพสต์เหล่านั้น

Score – การคาดคะเนต่าง ๆ เหล่านั้นท้ายที่สุดแล้วต้องสามารถวัดผลได้ ซึ่งการวัดผลจะออกมาเป็นตัวเลขที่แสดงให้เห็นว่าคอนเทนต์ที่ส่งไปเหมาะกับคุณมากแค่ไหน โดยการวัดผลนั้นเกิดขึ้นกับทุกคอนเทนต์และทุกครั้งที่คุณเข้า Facebook

Mosseri ได้อธิบายเกี่ยวกับการระบบการทำงานของ News Feed ที่เพิ่มเติมเข้ามาใหม่ไว้ว่า แทนที่ Facebook จะดูแค่ว่า คุณมีการคอมเมนท์/แชร์กับโพสต์นั้นไหม คุณใช้เวลากับโพสต์นั้นนานแค่ไหน ก็ได้มีการวัดผลลึกลงไปอีกว่า คุณและเพื่อนมีปฏิสัมพันธ์กันในโพสต์ที่ส่งไปรึเปล่า

จากภาพชาร์ตที่เห็น เป็นการแสดงผลของประเภทคอนเทนต์ต่าง ๆ ว่ามีคอมเมนท์/ไลค์มากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะเห็นได้ว่า โพสต์ที่เป็นของเพื่อนสามารถทำให้เกิด Engagement ได้มากกว่าโพสต์ที่มาจากเพจ ส่วนคอนเทนต์ที่เป็นลิงค์จะเกิดปฏิสัมพันธ์น้อยกว่ารูปภาพ ซึ่งผลลัพธ์ตรงนี้คิดจากอิมเพรสชั่นที่เกิดขึ้นในอัตราเท่ากัน

ข้อสรุปที่กล่าวไปทั้งหมด ส่งผลให้ Facebook ต้องโฟกัสความเป็นกลุ่มก้อนของความสัมพันธ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งจากเดิมอาจจะสนใจแต่เรื่องเพจและคนทำคอนเทนต์เจ๋ง ๆ เพื่อให้คนใช้งาน Facebook นาน ๆ แต่ตอนนี้อีกสิ่งที่โฟกัสเพิ่มเติมและมีความสำคัญไม่แพ้กันคือ เพิ่มปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คนบน Facebook เพื่อรักษาความสัมพันธ์ผู้คนตามนโยบายที่เป็นหัวใจสำคัญของบริษัทนั่นเอง

ที่มา : https://www.socialmediatoday.com/news/how-facebooks-news-feed-works-and-whats-coming-next/522878/

บทความอื่นๆ

คอร์สเรียนที่น่าสนใจ

Made with ❤ with MewSocial.com

facebook-2019-ao-academy