Menu
Share on facebook
Share on twitter
Share on pinterest

Relevance Score กับ Messaging Reply หายไปไหน แล้วอะไรมาแทน

ในเดือนเมษายน ปี 2019 Facebook Ads มีการเปลี่ยนแปลงระบบการวัดผลครั้งใหญ่ โดยได้ปรับ Metrics หรือตัวชี้วัดบางตัวออกและเอาตัวชี้วัดผลตัวใหม่เข้ามาแทน โดยเริ่มใช้งานพร้อมกันอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 30 เมษายน 2019 ตัวที่จะโดนตัดออกไป ได้แก่ Offers Saved, Cost Per Offers Saved, Relevance Score, Messaging Replies, Cost per Messaging Reply, Mobile App Purchase ROAS, Web Purchase ROAS

แต่ในบทความนี้ผมจะอธิบายถึงตัว Metrics เฉพาะ Relevance Score กับ Messaging Reply เนื่องจากผู้ลงโฆษณา Facebook ทุกคนจำเป็นต้องใช้ ไม่ได้หมายความว่าตัวอื่นไม่สำคัญนะครับ เพียงแต่ตัวชี้วัดทั้ง 2 หัวข้อที่ผมกำลังจะอธิบายนั้น ไม่ว่าจะทำธุรกิจประเภทไหนหรือมีแพลตฟอร์มออนไลน์เพียงแค่ Facebook อย่างเดียว ก็มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ Metrics เหล่านี้พอสมควรเลยครับ

—— ข้อความจาก มิว โซเชียล ——

สอน LINE OFFICIAL ACCOUNT

—— ข้อความจาก มิว โซเชียล ——

Relevance Score

ค่าคะแนนความตรงกลุ่มเป้าหมายที่หลาย ๆ คนกังวลเมื่อได้คะแนนต่ำกว่า 5 (คะแนนเต็ม 10) ต่อไปนี้จะไม่มีแล้วครับ เพราะ Facebook จะแทนที่ด้วยตัวชี้วัด 3 ตัวให้ใช้ดูผลลัพธ์ร่วมกัน คือ

1. Quality Ranking หรือ การจัดอันดับคุณภาพ – แสดงให้เห็นว่าโฆษณาของคุณมีคุณภาพมากน้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับโฆษณาที่มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน

2. Engagement Rate Ranking หรือ การจัดอันดับอัตราการมีส่วนร่วม – ตัวนี้จะวัดผลจากการเกิด Engagement ทำให้คุณรู้ว่าอัตราการมีส่วนร่วมที่เกิดขึ้นกับโฆษณาของคุณอยู่ในระดับไหนเมื่อเทียบกับโฆษณาที่มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน

3. Conversion Rate Ranking หรือ การจัดอันดับอัตราคอนเวอร์ชั่น – ตัวชี้วัดนี้จะคำนวณจากเป้าหมายของแคมเปญว่ามีวัตถุประสงค์อะไร เช่น Video views หรือ การรับชมวิดีโอ ก็จะคิดจากจำนวนครั้งที่มีผู้รับชมวิดีโอของคุณเป็นระยะเวลา 10 วินาที เปรียบเทียบกับโฆษณาที่มีวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน

โดย Metrics เกี่ยวกับการจัดอันดับ หรือ Ranking จะแสดงค่าเป็นการจัดอันดับว่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย ปานกลาง หรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ย โดยค่าเฉลี่ยปานกลางคิดเป็น 35% – 55% ทีนี้คุณก็จะได้รู้ว่ากลุ่มเป้าหมายที่คุณเลือกนั้นมีความสนใจในโฆษณาคุณมากน้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับแคมเปญอื่น ๆ โดยคุณต้องดูผลลัพธ์ของทั้ง 3 ตัวชี้วัดนี้ร่วมกันเพื่อวิเคราะห์ถึงประสิทธิภาพในการทำงานของโฆษณาที่สัมพันธ์กันกับกลุ่มเป้าหมาย ถ้าในความเห็นของผม ก็คิดว่ามันค่อนข้างละเอียดและจับต้องได้มากกว่า Relevance Score อยู่พอสมควรเลยล่ะครับ

Messaging Replies และ Cost per Messaging Reply

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทั้งหลายที่เน้นการขายออนไลน์เป็นหลักคงจะคุ้นเคยกับตัวชี้วัดนี้เป็นอย่างดี คอยดูบ่อย ๆ ว่ามีการพูดคุยในแชทมากน้อยแค่ไหนและต้นทุนต่อการส่งข้อความแพงหรือเปล่า ซึ่งเจ้า 2 ตัวนี้ก็ได้ถูกตัดออกและแทนที่ด้วย New Messaging Connections คนเชื่อมต่อกันทางข้อความรายใหม่ และ Messaging Convertions Started การส่งข้อความเพื่อเริ่มการสนทนา เนื่องจาก Facebook ได้รับฟีดแบคว่าผู้ลงโฆษณาส่วนใหญ่จะสนใจในการที่คนใหม่ ๆ ทัก Inbox เข้ามา หรือ สนใจบทสนทนาที่หลังจากที่ห่างหายไปนาน ซึ่ง Metrics ตัวที่เข้ามาใหม่จะช่วยตอบโจทย์ตรงนี้ได้อย่างดี ตามหลักการทำงานดังนี้

1. New Messaging Connections หรือ คนเชื่อมต่อกันทางข้อความรายใหม่ – จะบอกจำนวนของคนใหม่ ๆ ที่ทักคุณเข้ามาเมื่อคลิกปุ่มหรือแอปรับส่งข้อความผ่านโฆษณาของคุณ โดยจะไม่รวมคนที่เคยส่งข้อความมาหาคุณในอดีต

2. Messaging Convertions Started หรือ การส่งข้อความเพื่อเริ่มการสนทนา – จะบอกจำนวนของคนที่ทักคุณเข้ามาผ่านการคลิกปุ่มหรือแอปรับส่งข้อความผ่านโฆษณา โดยอาจจะเป็นคนที่ทักเข้ามาใหม่หรือคนที่ไม่ได้ส่งข้อความหาคุณในช่วง 7 วันที่ผ่านมา

ผมเชื่อว่าทุกการเปลี่ยนแปลงนั้นมีเรื่องดี ๆ เสมอครับ อย่างที่ผมเน้นย้ำอยู่ตลอดว่าการทำการตลาดออนไลน์นั้นต้องมีการตื่นรู้และปรับตัวอยู่ตลอดเวลา เพราะโลกทุกวันนี้มันหมุนเร็วมากจริง ๆ ยังไงก็ขอให้ทุกคนสนุกกับการเรียนรู้ดีกว่าครับ เมื่อคุณเรียนรู้มันอย่างเต็มที่รู้จักมองข้อดีของการเปลี่ยนแปลง อย่างตัว Metrics ต่าง ๆ ที่มีการปรับเปลี่ยนนั้น มันก็ช่วยให้ประสิทธิภาพในการซื้อโฆษณาของคุณดีขึ้น ผมอยากให้คุณหาวิธีการไปปรับใช้กับธุรกิจของตนเองได้อย่างถูกต้อง ค่อย ๆ ดู ค่อย ๆ ใช้ครับ เกิดผลดีแน่นอน

บทความอื่นๆ

คอร์สเรียนที่น่าสนใจ

Made with ❤ with MewSocial.com

relevance-score-messaging-reply-ao-academy